วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

หมูมะนาว

หมูมะนาว


11 สูตรอาหารอีสาน รสเด็ดแซบนัว


          เมนูหมูมะนาวถือเป็นเมนูกับแกล้มสุดฮิตเลยก็ว่าได้ ไปสังสรรค์ในวงไหนก็มักจะต้องสั่งมากินคู่ทุครั้งไป รสเปรี้ยวนำ เด็ดเผ็ดแซบเสียเหลือเกิน ใครที่ชอบเมนูแซบ ๆ ต้องลองเลย วิธีทำก็ไม่ยากด้วย


สิ่งที่ต้องเตรียม


           เนื้อหมู หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ตามยาว 200-300 กรัม

           กระเทียมสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ

           พริกขี้หนูซอยละเอียด ปริมาณตามชอบ

           น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

           น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

           น้ำมะนาว 4-5 ช้อนโต๊ะ

           ก้านคะน้า สำหรับรับประทานคู่

           กระเทียมฝานเป็นแว่นบาง สำหรับโรยหน้า

           ใบสะระแหน่ สำหรับโรยหน้า

           พริกแห้งทอดกรอบ สำหรับโรยหน้า
 

วิธีทำ
           ใส่น้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟจนเดือด ใส่เนื้อหมูลงลวกพอสุก (ประมาณ 30 วินาที อย่าลวกนาน เพราะเนื้อหมูจะแข็ง) ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ จัดใส่จานที่รองด้วยก้านคะน้า เตรียมไว้

           ผสมกระเทียม พริกขี้หนู น้ำตาลทราย น้ำปลา และน้ำมะนาวเข้าด้วยกันจนน้ำตาลทรายละลาย ชิมรสตามชอบ ราดลงบนหมูที่เตรียมไว้ โรยด้วยกระเทียมฝาน ใบสะระแหน่ และพริกแห้งทอดกรอบ พร้อมเสิร์ฟ



ที่มา http://cooking.kapook.com/view92663.html

ต้มแซบกระดูกอ่อน

ต้มแซบกระดูกอ่อน


11 สูตรอาหารอีสาน รสเด็ดแซบนัว


















        ลองมาแซบกันในแบบอาหารอีสานประเภทต้ม ๆ กันดูบ้าง กับเมนูต้มแซบกระดูกอ่อน กัดกรุบ ๆ ซดน้ำแซบ ๆ นึกถึงทีไรเป็นต้องกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ ! ถ้าพร้อมจะแซบแล้ว ก็ตามมาดูวิธีทำกัน



สิ่งที่ต้องเตรียม

           1.น้ำ 500 มิลลิลิตร

           2.ข่าแก่หั่นแว่น 5 ชิ้น

           3.ตะไคร้หั่นเฉียง 1 ต้น

           4.ใบมะกรูด ฉีกก้านกลาง 3 ใบ

           5.กระดูกอ่อนหมูหั่นเป็นชิ้น ๆ 200 กรัม

           6.เห็ดฟางผ่าครึ่ง 100 กรัม

           7.มะเขือเทศราชินีผ่าครึ่ง 50 กรัม

           8.หอมแดงซอยบาง 1 หัว

           9.น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ

           10.น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ

           11.น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา

           12.น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

           13.พริกป่น ปริมาณตามความชอบ

           14.ใบโหระพา 10 ใบ

          15.ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ

           ใส่น้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟต้มจนเดือด ใส่ข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดลงต้มจนเดือดอีกครั้ง

           ใส่กระดูกอ่อนหมูลงต้มจนสุก ใส่เห็ดฟาง มะเขือเทศ และหอมแดงซอยลงต้ม ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก และน้ำตาลทราย คนผสมจนเข้ากันดี ยกลงจากเตา ตักใส่ชาม เติมน้ำมะนาว พริกป่น และผักชีฝรั่ง ชิมรสตามชอบ โรยด้วยใบโหระพา พร้อมเสิร์ฟ




ที่มา http://cooking.kapook.com/view92663.html









          

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

อ็อกปลา

อ็อกปลา

คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่่อ็อกปลา
อ็อกปลา เป็นอาหารที่ปรุงด้วยวิธีอ็อก โดยนำอาหารนำใส่หม้อหรือกระทะ หรือห่อใบตอง เติมน้ำลงไปเล็กน้อย หรือนำเอาหารพร้อมเครื่องปรุงใส่ในหม้อ เติมน้ำเล็กน้อยยกตั้งไฟ นิยมทำกับอาหารที่สุกเร็ว เช่น ไข่ ปลา มะเขือยาว เรียกชื่ออาหารตามชนิดของส่วนผสม เช่น อ็อกปลา อ็อกไข่ (ไข่ป่าม หรือป่ามไข่) อ็อกบ่าเขือ (อ็อกมะเขือ) (รัตนา พรหมพิชัย, 2542, หน้า 7832-7833; สิรวิชญ์ จำรัส, สัมภาษณ์, 25 เมษายน 2550) สำหรับอ็อกปลา นิยมใช้ปลาตัวเล็ก เพราะสุกง่าย หรือใช้ปลาตัวใหญ่แล้วหั่นเป็นชิ้น ๆ นำไปผัดกับเครื่องแกง เติมน้ำเล็กน้อย ใส่มะเขือเปราะ ใบมะกรูด ใบโหระพา และใบขมิ้น เพื่อดับกลิ่นคาวปลา (สิรวิชญ์ จำรัส, สัมภาษณ์, 25 เมษายน 2550)

ส่วนผสม

1.ปลาช่อน300กรัม
2.มะเขือเปราะซอย1ถ้วย
3.ใบมะกรูด5ใบ
4.โหระพา5ยอด
5.ใบขมิ้นซอย2ใบ
6.กระเทียมสับ1ช้อนโต๊ะ
7.น้ำมันพืช2ช้อนโต๊ะ

เครื่องแกง

1.พริกขี้หนู20เม็ด
2.กระเทียม10กลีบ
3.หอมแดง5หัว
4.ข่าหั่น1ช้อนโต๊ะ
5.ขมิ้นหั่น2ช้อนโต๊ะ
6.ตะไคร้ซอย2ช้อนโต๊ะ
7.ผิวมะกรูดซอย1ช้อนชา
8.รากผักชี7ราก
9.กะปิ1/2ช้อนโต๊ะ
10.ปลาร้าต้มสุก1ช้อนโต๊ะ
11.เกลือ1/2ช้อนชา

วิธีการทำ


1
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
2
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
3
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
4
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
5
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่

1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
2. เจียวกระเทียมพอเหลือง ใส่เครื่องแกงลงผัดให้หอม เติมน้ำประมาณ 1 ถ้วย
3. พอน้ำแกงเดือด ใส่ปลาช่อน
4. ต้มให้ปลาสุกทั่ว ใส่มะเขือเปราะ ผัดต่อจนมะเขือเปราะสุก ใส่ใบมะกรูด
5. ใส่ใบโหระพา และใบขมิ้น คนให้เข้ากัน ปิดไฟ




ที่มา http://library.cmu.ac.th/ntic/lannafood/detail_lannafood.php?id_food=40

ส้าปลี

ส้าปลี

คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่่ส้าปลี
ส้าปลี คือการนำเอาหัวปลีเนื้ออ่อนมาหั่นแช่น้ำเกลือ ปีบน้ำให้แห้ง แล้วนำมาคลุกเคล้ากับเครื่องแกงผัดกับหมูสับ

ส่วนผสม

1.หัวปลี1หัว
2.เนื้อหมูบด100กรัม
3.หอมแดงซอย1ช้อนโต๊ะ
4.กระเทียมสับ1ช้อนโต๊ะ
5.น้ำมันพืช2ช้อนโต๊ะ

เครื่องแกง

1.พริกขี้หนูแห้ง15เม็ด
2.กระเทียม100กลีบ
3.หอมแดง5หัว
4.ข่าหั่น1ช้อนชา
5.ตะไคร้ซอย1ช้อนโต๊ะ
6.กะปิ1ช้อนชา
7.ปลาร้าต้มสุก1ช้อนโต๊ะ
8.เกลือ1/2ช้อนชา

วิธีการทำ


1
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
2
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
3
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
4
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
5
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
6
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่

1. แกะเปลือกหัวปลีออกเหลือแต่เนื้ออ่อน แล้วหั่นฝอยแช่น้ำเกลือ พักไว้
2. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
3. เจียวกระเทียมพอเหลือง ใส่เครื่องแกงลงผัดให้หอม
4. ใส่หมูสับ ผัดให้หมูสุก ตักใส่ชาม พักไว้ให้เย็น
5. ล้างหัวปลี บีบให้สะเด็ดน้ำ นำมาคลุกเคล้ากับส่วนผสมให้เข้ากัน
6. ใส่หอมแดงซอย โรยด้วยผักชีต้นหอมซอย

ที่มา http://library.cmu.ac.th/ntic/lannafood/detail_lannafood.php?id_food=32

น้ำพริกอ่อง

น้ำพริกอ่อง

คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่่น้ำพริกอ่อง
น้ำพริกอ่อง นับเป็นน้ำพริกพื้นบ้านล้านนาที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายพอๆ กับน้ำพริกหนุ่ม ลักษณะเด่นของน้ำพริกอ่อง คือมีสีส้มของสีมะเขือเทศและพริกแห้ง ที่เคี่ยวจนเป็นน้ำขลุกขลิก มีน้ำมันลอยหน้าเล็กน้อย มีสามรส คือ เปรี้ยว เค็ม เผ็ด เล็กน้อย และรสหวานตาม นิยมรับประทานกับผักสดหรือผักต้มก็ได้ (รัตนา พรหมพิชัย, 2542, หน้า 3258; อัมพร โมฬีพันธ์, สัมภาษณ์, 6 กรกฎาคม 2550) บางสูตร ผัดหมูก่อนแล้ว จึงตามด้วยเครื่องปรุงและมะเขือเทศภายหลัง บางสูตร โขลกเนื้อหมู เครื่องปรุงและมะเขือเทศให้เข้ากันก่อน จึงนำไปผัดกับน้ำมันพืช บางสูตร ใส่ถั่วเน่าแข็บหรือใส่เต้าเจี้ยว ในการปรุงรส (อัมพร โมฬีพันธ์, สัมภาษณ์, 6 กรกฎาคม 2550)

ส่วนผสม

1.เนื้อหมูบด400กรัม
2.มะเขือเทศลูกเล็ก20ลูก
3.ผักชีซอย1ช้อนโต๊ะ
4.ต้นหอมซอย1ช้อนโต๊ะ
5.น้ำมันพืช2ช้อนโต๊ะ

เครื่องแกง

1.พริกขี้หนูแห้ง20เม็ด
2.หอมแดง5หัว
3.กระเทียม10กลีบ
4.กะปิ1ช้อนโต๊ะ
5.เกลือ1/2ช้อนชา

วิธีการทำ


1
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
2
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
3
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
4
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
1. โขลกพริก หอมแดง กระเทียม รวมกันให้ละเอียด
2. ใส่กะปิและเกลือ โขลกให้เข้ากัน
3. ผัดเครื่องแกงกับน้ำมัน จนมีกลิ่นหอม ใส่เนื้อหมูบด ลงผัดให้สุก เติมน้ำเล็กน้อย
4. พอเดือด ใส่มะเขือเทศ ลงผัดให้เข้ากัน ตั้งไฟต่อจนมะเขือเทศสุก ปิดไฟ





ที่มา http://library.cmu.ac.th/ntic/lannafood/detail_lannafood.php?id_food=27

ขนมจีนน้ำเงี้ยว

ขนมจีนน้ำเงี้ยว

คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่่ขนมจีนน้ำเงี้ยว
ขนมจีน หรือเข้าหนมเส้น หรือเข้าเส้น ชาวล้านนานิยมมารับประทานเป็น ขนมจีนน้ำเงี้ยว หรือเข้าหนมเส้นน้ำเงี้ยว ( รัตนา พรหมพิชัย , 2542 , 825-826 ) น้ำเงี้ยวเป็นน้ำแกงที่รับประทานกับขนมจีนหรือเส้นก๋วยเตี๋ยว ถ้าเป็นก๋วยเตี๋ยว เรียกก๋วยเตี๋ยวน้ำเงี้ยว บางสูตรใช้ถั่วเน่าแข็บหรือถั่วเน่าแผ่นย่างไฟ โขลกลงในเครื่องแกง แทนการใส่เต้าเจี้ยว ชาวไทใหญ่ หรือเงี้ยว เรียกว่า เข้าเส้นน้ำหมากเขือส้ม ( รัตนา พรหมพิชัย , 2542 , 3221 )

ส่วนผสม

1.ขนมจีน1กิโลกรัม
2.เนื้อหมูบดหยาบ1/2กิโลกรัม
3.ซี่โครงหมู1/2กิโลกรัม
4.เลือดไก่ต้ม3ก้อน
5.มะเขือเทศ(ลูกเล็ก)1/2กิโลกรัม
6.งิ้ว(แห้ง)10ดอก
7.เต้าเจี้ยว3ช้อนโต๊ะ
8.น้ำมันพืช1/2ถ้วยตวง

เครื่องแกง

1.พริกแห้ง10เม็ด
2.รากผักชี10ต้น
3.กระเทียม10กลีบ
4.หอมแดง10หัว
5.กะปิ3ช้อนโต๊ะ
6.เกลือ3ช้อนชา

เครื่องเคียง

1.กระเทียม
2.ผักชี
3.ต้นหอม
4.พริกขี้หนูแห้งทอด
5.มะนาว
6.ถั่วงอก
7.ผักกาดดอง





วิธีการทำ


1
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
2
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
3
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
4
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
5
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
6
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
7
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
8
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
1. ต้มน้ำ พอเดือด ใส่ซี่โครงหมู ต้มจนหมูนุ่ม
2. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
3. ผัดเครื่องแกงกับน้ำมัน จนมีกลิ่นหอม ใส่เต้าเจี้ยวลงผัด คนให้เข้ากัน
4. ใส่หมูบด ผัดให้เข้ากัน จนหมูสุก
5. ใส่เครื่องแกงที่ผัดแล้วลงในน้ำหม้อต้มกระดูก ต้มจนเดือด ใส่ดอกงิ้ว ต้มต่อประมาณ 10 นาที
6. ใส่เลือดไก่ที่หั่นแล้ว คนให้ทั่ว
7. ใส่มะเขือเทศ
8. ตั้งไฟต่อประมาณ 5 นาที ยกลง นำขนมจีนใส่จาน ราดด้วยแกง (น้ำเงี้ยว) รับประทานกับเครื่องเคียง





ที่มา http://library.cmu.ac.th/ntic/lannafood/detail_lannafood.php?id_food=16