วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ปลาหมึกนึ่งมะนาว

ปลาหมึกนึ่งมะนาว










ส่วนผสม
ปลาหมึกกล้วยไข่เต็มๆ ขนาดความยาว 7 นิ้วขึ้นไป จำนวน 2 - 3 ตัว
กระเทียมไทย 3 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูสวน 2 ช้อนโต๊ะ
ขึ้นช่าย มากน้อยอันนี้ตามชอบเลย
น้ำเปล่าหรือน้ำซุป ผมใช้ซุปผงฟ้าไทยผสมน้ำร้อน
น้ำมะนาว
น้ำปลาดี
น้ำตาลทรายหรือน้ำเชื่อม



วิธีทำ
1. นำน้ำใส่ซึ้งแล้วตั้งไฟให้น้ำเดือดจัด

2. นำปลาหมึกล้างน้ำ ดึงส่วนหัวออกจากส่วนตัว ควักส่วนที่กินไม่ได้ในลำตัวออก ล้างน้ำ หั่นบั้งๆความหนาประมาณ 1เซนติเมตรอย่าให้ขาดให้เป็นตัวๆสวยงาม

3. ส่วนหัวดึงส่วนที่กินไม่ได้ออก เฉือนตาทิ้ง ล้างน้ำ ดึงกระดูกกลางผมเรียกไม่ถูก ที่เป็นแผ่นๆ เอาออกซะ พักให้สะเด็ดน้ำ ใส่ภาชนะทนความร้อนไว้ จะกะละมังหรือชามแล้วแต่

4. กระเทียมไทย ปอกเปลือกให้เกลี้ยง ล้างน้ำ ส่วนหนึ่งสับหยาบ อีกส่วนหนึ่งฝานบาง ๆ

5. พริกขี้หนู ล้างน้ำ ปลิดขั้วทิ้ง สับหยาบหรือละเอียดตามชอบ(สับหยาบจะเผ็ดน้อยกว่าสับละเอียด)

6. มะนาว ล้างน้ำ ผ่าหรือฝานเป็นเสี้ยว แคะเม็ดออก แล้วบีบเอาแต่น้ำไว้

7. ขึ้นฉ่าย ตัดรากทิ้ง ล้างน้ำ แล้วหั่นท่อนสั้นประมาณ 1 นิ้ว

8. นำน้ำเปล่าหรือน้ำซุปใส่ถ้วย(เราใช้น้ำร้อน ละลายซุปผงได้เลย) หรือใครไม่ชอบซุปผงจะใช้ซุปต้มกระดูกอะไรก็ได้ว่ากันไป สำหรับปลาหมึก 2-3 ตัว ถ้าชอบแบบซดน้ำเยอะ ๆ ใช้น้ำประมาณ 1/2 ถ้วยตวง

9. นำน้ำซุป ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำมะนาว ถ้าชอบรสชาติพอ ๆ กันก็ใส่อย่างละเท่ากัน ถ้าชอบเปรี้ยวนำก็ใส่น้ำมะนาวมากกว่าหนึ่งช้อน ตัวอย่างเช่น น้ำมะนาว 5 น้ำปลา 4 ชิมดูให้รสจัดพอไหม สูตรนี้จะต่างกับคนอื่นตรงเอาน้ำตาลทรายหรือน้ำเชื่อมตัดไป 1 ช้อนโต๊ะ เพราะว่า ถ้าเปรี้ยวเค็มมันจะบาดไป เอาน้ำเชื่อมไปช่วยลด ทำให้อร่อยขึ้น แต่ใครไม่ชอบหวานก็ว่ากันไป ใส่พริกกระเทียมที่เราสับไว้ลงไปเลย ชิมเป็นที่พอใจแล้วพักไว้

10. เมื่อน้ำในซึ้งเดือดแรงจัด เอาชามปลาหมึกที่เตรียมไว้ลงไปนึ่งประมาณ 8-10 นาที ใช้ไฟแรง

11. ครบ 10 นาที ให้ยกชามปลาหมึกออกมา จะมีน้ำออกจากปลาหมึกเยอะมาก ให้รินน้ำทิ้งไปให้หมด แต่ถ้าชอบความหวานของน้ำปลาหมึกอาจเหลือไว้ก้นชามบ้าง

12. เทน้ำซุปที่เราปรุงรสไว้ลงไปในชามปลาหมึก มากน้อยแล้วแต่จะชอบ แล้วนำชามปลาหมึกไปนึ่งอีกครั้งเพื่อให้กระเทียมและพริกขี้หนูสับสุก ประมาณ 2นาที

13. ครบเวลาเปิดฝาอีกครั้งใส่ขึ้นฉ่าย ลงไป ปิดฝา อีก 1 นาที หรือถ้าใครอยากทานสดๆข้ามตรงนี้ไปเลย แค่นี้เราก็พร้อมหม่ำแล้วคะ







ที่มา http://jarnprod.blogspot.com/2015/07/blog-post_33.html

วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ผัดไทยกุ้งสด



ผัดไทยกุ้งสด





เครื่องปรุง + ส่วนผสม

* กุ้งสด 12 ตัว (ทำความสะอาด, ปอกเปลือก)

* เส้นจันท์ (หรือเส้นเล็ก) 90 กรัม

* ถั่วงอก 50 กรัม

* ใบกุ้ยช่าย 2 ช้อนโต๊ะ (หั่นให้มีความยาวประมาณ 1 นิ้ว)

* น้ำปลา 6 ช้อนโต๊ะ

* น้ำมันหอย 6 ช้อนโต๊ะ

* น้ำมะขาม 3 ช้อนโต๊ะ (หรือน้ำส้มสายชู)

* น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ

* หัวไชโป้ว 2 ช้อนโต๊ะ

* ถั่วลิสงบด 2 ช้อนโต๊ะ

* ไข่ 2 ฟอง

* พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ (ถ้าชอบรสจัด)

* มะนาว 1/2 ลูก

* ถั่วงอกสด


วิธีทำทีละขั้นตอน

1. กรณีใช้เส้นชนิดแห้ง ให้นำเส้นไปแช่น้ำธรรมดา (อุณหภูมิห้อง) ประมาณ 30 นาที

2. ตั้งกระทะบนไฟปานกลาง ใส่กุ้งลงไปผัดจนเริ่มสุก ตอกใส่ไข่ลงไปในกระทะ ใช้ตะหลิวเขี่ยให้ไข่แดงแตก พอไข่เริ่มสุก ใส่เส้น, น้ำตาล, ถั่วลิสงและ หัวไชโป้ว ผัดจนเส้นเริ่มนุ่มและเครื่องปรุงทั้งหมดผสมกันทั่ว

3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา, น้ำมันหอย และน้ำมะขาม (หรือน้ำส้มสายชู) ใส่ถั่วงอก, หัวไชโป้วและพริกป่น (ถ้าชอบรสจัด) ผัดอย่างรวดเร็วให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันทั่ว ตักใส่จาน จัดแต่งด้วยถั่วงอกสด, พริกป่น, และมะนาว ข้างจาน ควรเสิรฟขณะยังร้อน



ที่มา http://www.ezythaicooking.com/free_recipes/Stir-fry-noodle-with-prawns_th.html

แกงอ่อมหมู

แกงอ่อมหมู



ส่วนผสม
1. เนื้อหมูและเครื่องในหมู 300 กรัม
2. ข่าอ่อนซอย 7 แว่น
3. ตะไคร้ซอย 1 ต้น
4. ใบมะกรูดฉีก 5 ใบ
5. รากผักชี 3 ราก
6. ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
7. ผักชีซอย 1/2 ช้อนโต๊ะ
8. ต้นหอมซอย 1/2 ช้อนโต๊ะ
9. น้ำมันพืช 1/2 ถ้วย


เครื่องแกง
1. พริกแห้ง 7 เม็ด
2. พริกขี้หนูแห้ง 4 เม็ด
3. หอมแดง 3 หัว
4. กระเทียม 20 กลีบ
5. ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
6. ข่าซอย 1 ช้อนโต๊ะ
7. ขมิ้นซอย 1 ช้อนชา
8. เกลือ 1 ช้อนชา
9. กะปิ 1/2 ช้อนโต๊ะ



วิธีการทำ

1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
2. หั่นเนื้อหมูและเครื่องในหมู ขนาดชิ้นพอคำ
3. ผัดเครื่องแกงกับน้ำมัน จนมีกลิ่นหอม
4. ใส่เนื้อหมูและเครื่องในลงผัด ใส่ข่า ตะไคร้ รากผักชี ผัดให้เข้ากัน
5. เติมน้ำ เคี่ยวต่อจนเนื้อและเครื่องในนุ่ม ปิดไฟ โรยใบมะรูด ผักชีต้นหอม ผักชีฝรั่ง






ที่มา http://library.cmu.ac.th/ntic/lannafood/detail_lannafood.php?id_food=133

วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ปลาราดพริก

ปลาราดพริก



เครื่องปรุง + ส่วนผสม

* ปลา 1 ตัว น้ำหนักประมาณ 400-500 กรัม

  (ล้างทำความสะอาดและขอดเกล็ด)

* น้ำมะขาม 1 ช้อนโต๊ะ

* น้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ

* หอมแดงหั่นหยาบ 1 หัว
 
* กระเทียมหั่นหยาบ 2 กลีบ

* ผักชี (เด็ดเอาแต่ใบ ไว้แต่งหน้าอาหาร)

* น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

* พริกชี้ฟ้าหั่นหยาบ (สีแดงหรือเหลือง) 3 เม็ด



 วิธีทำทีละขั้นตอน

ปลาทอด:

1. บั้งข้างตัวปลาทั้งสองข้าง เพื่อให้เวลาทอดเนื้อปลาสุกได้ง่ายและสุกทั่วทั้งตัว

2. ใส่น้ำมัน (ประมาณ 1/2 ถ้วยตวงหรือพอท่วมตัวปลา) ในกระทะและนำไปตั้งไฟอ่อน ทอดปลาให้สุกทีละข้าง (หนึ่งข้างใช้เวลาประมาณ 10 นาที) ระหว่างทอดอย่ากลับหน้าปลาจนกว่าข้างหนึ่งข้างใดจะสุก เพราะจะทำให้เนื้อปลาเละไม่น่าทาน

3. เมื่อข้างหนึ่งสุกจึงกลับหน้าไปอีกข้าง โดยเวลาในการทอดอีกข้างให้สุกจะไม่นานเท่าข้างแรก (ใช้เวลาประมาณ 5 นาที) เมื่อปลาสุกดีแล้วให้นำออกมาวางบนกระดาษซับมัน แล้วจึงนำไปจัดใส่จานไว้

เคล็ดลับ : เพื่อให้ได้ปลาที่กรอบขึ้น ให้นำปลาที่ทอดแล้วไปอบในเตาอบที่อุณหภูมิประมาณ 350 องศาฟาเรนไฮต์ (~175 องศาเซลเซียส) ประมาณ 10 นาท


 
น้ำราดปลา :

1. ใส่น้ำมันประมาณ 1 ช้อนโต๊ะในกระทะ นำไปตั้งไฟอ่อนๆ จากนั้นใส่พริก, หอมแดง และกระเทียมลงไป ผัดให้เข้ากัน

2. ปรุงรสด้วยน้ำมะขาม, น้ำปลา, น้ำตาล และน้ำเปล่าประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ คนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเริ่มเดือด ถ้าน้ำราดข้นเกินไป สามารถเิติมน้ำเปล่าลงไปเพิ่มได้อีกนิดหน่อย รสชาิิติของน้ำราดควรจะมีรสหวาน, เผ็ดและเปรี้ยวพอๆกัน

3. เมื่อเตรียมน้ำราดเสร็จแล้ว จึงนำไปราดหน้าปลาที่ทอดไว้แล้ว แต่งหน้าด้วยผักชี เสิรฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ



ที่มา http://www.ezythaicooking.com/free_recipes/Fried-fish-with-tamarind-sauce_th.html

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ปูผัดผงกะหรี่

ปูผัดผงกะหรี่







เครื่องปรุง + ส่วนผสม

* เนื้อปู 250 กรัม

* ไข่ไก่ 2 ฟอง (ตอกใส่ถ้วยและคนให้เข้ากัน)

* กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

* ผงกะหรี่ 1 ช้อนชา

* ซิอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

* น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

* ต้นหอม 2 ต้น (หั่นเป็นชิ้นยาวประมาณ 1 นิ้ว)

* หอมแดง 2 ช้อนโต๊ะ (หั่นเป็นชิ้นบางๆ)

* ขึ้นฉ่าย 100 กรัม (หั่นเป็นชิ้น)

* พริกชี้ฟ้า 3 เม็ด (หั่นเป็นชิ้นตามยาว)

* น้ำตาล 1 ช้อนชา

* น้ำซุป 2 ช้อนโต๊ะ (หรือน้ำเปล่า)




     วิธีทำทีและขั้นตอน

1. ใส่น้ำมัน ตั้งกระทะบนไฟปานกลาง ใส่กระเทียมและหอมใหญ่ลงไป ผัดจนกระทั่งกลิ่นหอม

2. เติมน้ำซุป (หรือน้ำเปล่า), ซิอิ๊ว, น้ำปลา และไข่ไก่ ผัดสักพัก (ประมาณ 20 วินาที) จึงใส่เนื้อปูตามลงไปในกระทะ
 
3. ผัดเนื้อปูจนใกล้สุก (เนื้อปูสุกง่าย ใช้เวลาผัดไม่นาน) หลังจากนั้นใส่เครื่องปรุงและส่วนผสมที่เหลือทั้งหมดลงไปในกระทะ ผัดต่ออีก 30 วินาที จึงปิดไฟ

4. ตักใส่จาน แต่งหน้าด้วยผักชี เสริฟทันทีพร้อมข้าวสวยร้อนๆ






ที่มา http://www.ezythaicooking.com/free_recipes/Stir-fried-crab-meat-with-curry-powder_th.html

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ต้มยำไก่

ต้มยำไก่




ส่วนผสม + เครื่องปรุง

* เนื้อไก่ 350 กรัม

* ตะไคร้ 2 ต้น (หั่นเแฉลบป็นชิ้นยาวประมาณ 3 ซม.)

* ใบมะกรูด 3 ใบ

* ข่าหั่นเป็นแว่นๆ 5 แว่น

* เห็ดฟาง 10 อัน

* มะเขือเทศหั่นครึ่ง 5 ลูก

* พริกขี้หนูทุบพอแหลก 5 เม็ด (ปรับเพิ่ม/ลดได้)

* พริกแห้ง 2 เม็ด

* กระเทียมทุบพอแหลก 2 ช้อนโต๊ะ

* หอมแดงทุบพอแหลก 2 ช้อนโต๊ะ

* น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ

* น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

* น้ำซุปไก่ 3 ถ้วยตวง (หรือใช้น้ำเปล่าแทนก็ได้)

* ผักชีสำหรับแต่งหน้า



วิธีทำทีละขั้นตอน

1. ล้างทำความสะอาดเนื้อไก่ และหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ สะเด็ดน้ำให้แห้ง (ถ้าไม่ชอบมัน สามารถลอกหนังออกได้) เสร็จแล้วนำเห็ดฟางไปล้างให้สะอาด หั่นเป็น 4 ส่วนและนำไปผึ่งให้แห้ง

2. นำน้ำซุปไก่ (หรือน้ำเปล่า) ไปต้มในหม้อ จากนั้นใส่กระเทียม, หอมแดง, ตะไคร้, ข่าและใบมะกรูดลงไป รอจนน้ำเดือดจึงใส่ไก่ลงไป

3. รอจนไก่เกือบสุก จึงใส่เห็ดและมะเขือเทศที่หั่นไว้ ต้มต่อไปจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน เมื่อเนื้อไก่สุกจึงปิดไฟ

4. นำหม้อออกมาจากเตา ปรุงรสด้วยน้ำปลา, น้ำมะนาว และพริกขี้หนู เมื่อปรุงรสเสร็จตักเสริฟในถ้วย ตกแต่งด้วยผักชีและพริกแห้ง เสริฟทันทีพร้อมด้วยข้าวสวยร้อนๆ





ที่มา http://www.ezythaicooking.com/free_recipes/Chicken_tom_yum_th.html

วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2559

มัสมั่นไก่

มัสมั่นไก่


ส่วนผสม

(สำหรับ 3-4 ที่)
น้ำพริกแกงมัสมั่น ตราโลโบ1 ซอง
เนื้อวัวหรือเนื้อไก่250กรัม
กะทิ1ถ้วยตวง (240 มล.)
น้ำ1ถ้วยตวง
มันฝรั่งและถั่วลิสง
น้ำปลา


วิธีทำ
 นำกระทะตั้งไฟ ใส่กะทิ และน้ำพริกในซอง ผัดจนกะทิแตกมันและส่งกลิ่นหอม
ใส่เนื้อวัวหรือเนื้อไก่ที่หั่นแล้ว ผัดจนสุก เติมน้ำลงไปจนท่วมเนื้อแล้วเคี่ยวต่อด้วย
ไฟอ่อนจนเดือด
ใส่มันฝรั่ง และถั่วลิสง ลงไปเคี่ยวต่อ พอส่วนผสมทุกอย่างสุกนิ่มค่อยยกลง
เติมน้ำปลา ปรุงรสที่ชอบ แค่นี้ก็พร้อมอร่อยกับข้าวสวยร้อนๆ


คำแนะนำ
หากใช้เนื้อไก่ ควรหั่นเป็นชิ้นใหญ่ๆ เวลาเคี่ยวไปนานๆ เนื้อจะได้ไม่หดตัวมาก
ก่อนลงมือแกงควรนำเนื้อสัตว์ไปเคี่ยวกับหางกะทิโดยใช้ไฟอ่อนๆ เตรียมไว้ก่อน เนื้อจะได้นิ่มนุ่มลิ้นเวลารับประทาน
เวลาเคี่ยวให้ใช้ไฟอ่อนๆ ให้เดือดปุดๆ เคี่ยวจนเนื้อนุ่ม น้ำพริกต้องผัดให้หอมและแตกมันก่อนที่จะใส่เนื้อสัตว์ลงไป
หากจะรับประทานแกงมัสมั่นคู่กับขนมปังปิ้งเป็นของว่าง ควรเคี่ยวด้วยไฟกลางให้น้ำแกงงวดจนข้น เวลานำไปทาขนมปังจะได้ไม่แฉะและมีรสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้นค่ะ




ที่มา http://www.lobo.co.th/index.php/th/menuaroi/44