วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ปลาหมึกนึ่งมะนาว

ปลาหมึกนึ่งมะนาว










ส่วนผสม
ปลาหมึกกล้วยไข่เต็มๆ ขนาดความยาว 7 นิ้วขึ้นไป จำนวน 2 - 3 ตัว
กระเทียมไทย 3 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูสวน 2 ช้อนโต๊ะ
ขึ้นช่าย มากน้อยอันนี้ตามชอบเลย
น้ำเปล่าหรือน้ำซุป ผมใช้ซุปผงฟ้าไทยผสมน้ำร้อน
น้ำมะนาว
น้ำปลาดี
น้ำตาลทรายหรือน้ำเชื่อม



วิธีทำ
1. นำน้ำใส่ซึ้งแล้วตั้งไฟให้น้ำเดือดจัด

2. นำปลาหมึกล้างน้ำ ดึงส่วนหัวออกจากส่วนตัว ควักส่วนที่กินไม่ได้ในลำตัวออก ล้างน้ำ หั่นบั้งๆความหนาประมาณ 1เซนติเมตรอย่าให้ขาดให้เป็นตัวๆสวยงาม

3. ส่วนหัวดึงส่วนที่กินไม่ได้ออก เฉือนตาทิ้ง ล้างน้ำ ดึงกระดูกกลางผมเรียกไม่ถูก ที่เป็นแผ่นๆ เอาออกซะ พักให้สะเด็ดน้ำ ใส่ภาชนะทนความร้อนไว้ จะกะละมังหรือชามแล้วแต่

4. กระเทียมไทย ปอกเปลือกให้เกลี้ยง ล้างน้ำ ส่วนหนึ่งสับหยาบ อีกส่วนหนึ่งฝานบาง ๆ

5. พริกขี้หนู ล้างน้ำ ปลิดขั้วทิ้ง สับหยาบหรือละเอียดตามชอบ(สับหยาบจะเผ็ดน้อยกว่าสับละเอียด)

6. มะนาว ล้างน้ำ ผ่าหรือฝานเป็นเสี้ยว แคะเม็ดออก แล้วบีบเอาแต่น้ำไว้

7. ขึ้นฉ่าย ตัดรากทิ้ง ล้างน้ำ แล้วหั่นท่อนสั้นประมาณ 1 นิ้ว

8. นำน้ำเปล่าหรือน้ำซุปใส่ถ้วย(เราใช้น้ำร้อน ละลายซุปผงได้เลย) หรือใครไม่ชอบซุปผงจะใช้ซุปต้มกระดูกอะไรก็ได้ว่ากันไป สำหรับปลาหมึก 2-3 ตัว ถ้าชอบแบบซดน้ำเยอะ ๆ ใช้น้ำประมาณ 1/2 ถ้วยตวง

9. นำน้ำซุป ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำมะนาว ถ้าชอบรสชาติพอ ๆ กันก็ใส่อย่างละเท่ากัน ถ้าชอบเปรี้ยวนำก็ใส่น้ำมะนาวมากกว่าหนึ่งช้อน ตัวอย่างเช่น น้ำมะนาว 5 น้ำปลา 4 ชิมดูให้รสจัดพอไหม สูตรนี้จะต่างกับคนอื่นตรงเอาน้ำตาลทรายหรือน้ำเชื่อมตัดไป 1 ช้อนโต๊ะ เพราะว่า ถ้าเปรี้ยวเค็มมันจะบาดไป เอาน้ำเชื่อมไปช่วยลด ทำให้อร่อยขึ้น แต่ใครไม่ชอบหวานก็ว่ากันไป ใส่พริกกระเทียมที่เราสับไว้ลงไปเลย ชิมเป็นที่พอใจแล้วพักไว้

10. เมื่อน้ำในซึ้งเดือดแรงจัด เอาชามปลาหมึกที่เตรียมไว้ลงไปนึ่งประมาณ 8-10 นาที ใช้ไฟแรง

11. ครบ 10 นาที ให้ยกชามปลาหมึกออกมา จะมีน้ำออกจากปลาหมึกเยอะมาก ให้รินน้ำทิ้งไปให้หมด แต่ถ้าชอบความหวานของน้ำปลาหมึกอาจเหลือไว้ก้นชามบ้าง

12. เทน้ำซุปที่เราปรุงรสไว้ลงไปในชามปลาหมึก มากน้อยแล้วแต่จะชอบ แล้วนำชามปลาหมึกไปนึ่งอีกครั้งเพื่อให้กระเทียมและพริกขี้หนูสับสุก ประมาณ 2นาที

13. ครบเวลาเปิดฝาอีกครั้งใส่ขึ้นฉ่าย ลงไป ปิดฝา อีก 1 นาที หรือถ้าใครอยากทานสดๆข้ามตรงนี้ไปเลย แค่นี้เราก็พร้อมหม่ำแล้วคะ







ที่มา http://jarnprod.blogspot.com/2015/07/blog-post_33.html

วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ผัดไทยกุ้งสด



ผัดไทยกุ้งสด





เครื่องปรุง + ส่วนผสม

* กุ้งสด 12 ตัว (ทำความสะอาด, ปอกเปลือก)

* เส้นจันท์ (หรือเส้นเล็ก) 90 กรัม

* ถั่วงอก 50 กรัม

* ใบกุ้ยช่าย 2 ช้อนโต๊ะ (หั่นให้มีความยาวประมาณ 1 นิ้ว)

* น้ำปลา 6 ช้อนโต๊ะ

* น้ำมันหอย 6 ช้อนโต๊ะ

* น้ำมะขาม 3 ช้อนโต๊ะ (หรือน้ำส้มสายชู)

* น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ

* หัวไชโป้ว 2 ช้อนโต๊ะ

* ถั่วลิสงบด 2 ช้อนโต๊ะ

* ไข่ 2 ฟอง

* พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ (ถ้าชอบรสจัด)

* มะนาว 1/2 ลูก

* ถั่วงอกสด


วิธีทำทีละขั้นตอน

1. กรณีใช้เส้นชนิดแห้ง ให้นำเส้นไปแช่น้ำธรรมดา (อุณหภูมิห้อง) ประมาณ 30 นาที

2. ตั้งกระทะบนไฟปานกลาง ใส่กุ้งลงไปผัดจนเริ่มสุก ตอกใส่ไข่ลงไปในกระทะ ใช้ตะหลิวเขี่ยให้ไข่แดงแตก พอไข่เริ่มสุก ใส่เส้น, น้ำตาล, ถั่วลิสงและ หัวไชโป้ว ผัดจนเส้นเริ่มนุ่มและเครื่องปรุงทั้งหมดผสมกันทั่ว

3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา, น้ำมันหอย และน้ำมะขาม (หรือน้ำส้มสายชู) ใส่ถั่วงอก, หัวไชโป้วและพริกป่น (ถ้าชอบรสจัด) ผัดอย่างรวดเร็วให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันทั่ว ตักใส่จาน จัดแต่งด้วยถั่วงอกสด, พริกป่น, และมะนาว ข้างจาน ควรเสิรฟขณะยังร้อน



ที่มา http://www.ezythaicooking.com/free_recipes/Stir-fry-noodle-with-prawns_th.html

แกงอ่อมหมู

แกงอ่อมหมู



ส่วนผสม
1. เนื้อหมูและเครื่องในหมู 300 กรัม
2. ข่าอ่อนซอย 7 แว่น
3. ตะไคร้ซอย 1 ต้น
4. ใบมะกรูดฉีก 5 ใบ
5. รากผักชี 3 ราก
6. ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
7. ผักชีซอย 1/2 ช้อนโต๊ะ
8. ต้นหอมซอย 1/2 ช้อนโต๊ะ
9. น้ำมันพืช 1/2 ถ้วย


เครื่องแกง
1. พริกแห้ง 7 เม็ด
2. พริกขี้หนูแห้ง 4 เม็ด
3. หอมแดง 3 หัว
4. กระเทียม 20 กลีบ
5. ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
6. ข่าซอย 1 ช้อนโต๊ะ
7. ขมิ้นซอย 1 ช้อนชา
8. เกลือ 1 ช้อนชา
9. กะปิ 1/2 ช้อนโต๊ะ



วิธีการทำ

1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
2. หั่นเนื้อหมูและเครื่องในหมู ขนาดชิ้นพอคำ
3. ผัดเครื่องแกงกับน้ำมัน จนมีกลิ่นหอม
4. ใส่เนื้อหมูและเครื่องในลงผัด ใส่ข่า ตะไคร้ รากผักชี ผัดให้เข้ากัน
5. เติมน้ำ เคี่ยวต่อจนเนื้อและเครื่องในนุ่ม ปิดไฟ โรยใบมะรูด ผักชีต้นหอม ผักชีฝรั่ง






ที่มา http://library.cmu.ac.th/ntic/lannafood/detail_lannafood.php?id_food=133

วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ปลาราดพริก

ปลาราดพริก



เครื่องปรุง + ส่วนผสม

* ปลา 1 ตัว น้ำหนักประมาณ 400-500 กรัม

  (ล้างทำความสะอาดและขอดเกล็ด)

* น้ำมะขาม 1 ช้อนโต๊ะ

* น้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ

* หอมแดงหั่นหยาบ 1 หัว
 
* กระเทียมหั่นหยาบ 2 กลีบ

* ผักชี (เด็ดเอาแต่ใบ ไว้แต่งหน้าอาหาร)

* น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

* พริกชี้ฟ้าหั่นหยาบ (สีแดงหรือเหลือง) 3 เม็ด



 วิธีทำทีละขั้นตอน

ปลาทอด:

1. บั้งข้างตัวปลาทั้งสองข้าง เพื่อให้เวลาทอดเนื้อปลาสุกได้ง่ายและสุกทั่วทั้งตัว

2. ใส่น้ำมัน (ประมาณ 1/2 ถ้วยตวงหรือพอท่วมตัวปลา) ในกระทะและนำไปตั้งไฟอ่อน ทอดปลาให้สุกทีละข้าง (หนึ่งข้างใช้เวลาประมาณ 10 นาที) ระหว่างทอดอย่ากลับหน้าปลาจนกว่าข้างหนึ่งข้างใดจะสุก เพราะจะทำให้เนื้อปลาเละไม่น่าทาน

3. เมื่อข้างหนึ่งสุกจึงกลับหน้าไปอีกข้าง โดยเวลาในการทอดอีกข้างให้สุกจะไม่นานเท่าข้างแรก (ใช้เวลาประมาณ 5 นาที) เมื่อปลาสุกดีแล้วให้นำออกมาวางบนกระดาษซับมัน แล้วจึงนำไปจัดใส่จานไว้

เคล็ดลับ : เพื่อให้ได้ปลาที่กรอบขึ้น ให้นำปลาที่ทอดแล้วไปอบในเตาอบที่อุณหภูมิประมาณ 350 องศาฟาเรนไฮต์ (~175 องศาเซลเซียส) ประมาณ 10 นาท


 
น้ำราดปลา :

1. ใส่น้ำมันประมาณ 1 ช้อนโต๊ะในกระทะ นำไปตั้งไฟอ่อนๆ จากนั้นใส่พริก, หอมแดง และกระเทียมลงไป ผัดให้เข้ากัน

2. ปรุงรสด้วยน้ำมะขาม, น้ำปลา, น้ำตาล และน้ำเปล่าประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ คนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเริ่มเดือด ถ้าน้ำราดข้นเกินไป สามารถเิติมน้ำเปล่าลงไปเพิ่มได้อีกนิดหน่อย รสชาิิติของน้ำราดควรจะมีรสหวาน, เผ็ดและเปรี้ยวพอๆกัน

3. เมื่อเตรียมน้ำราดเสร็จแล้ว จึงนำไปราดหน้าปลาที่ทอดไว้แล้ว แต่งหน้าด้วยผักชี เสิรฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ



ที่มา http://www.ezythaicooking.com/free_recipes/Fried-fish-with-tamarind-sauce_th.html

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ปูผัดผงกะหรี่

ปูผัดผงกะหรี่







เครื่องปรุง + ส่วนผสม

* เนื้อปู 250 กรัม

* ไข่ไก่ 2 ฟอง (ตอกใส่ถ้วยและคนให้เข้ากัน)

* กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

* ผงกะหรี่ 1 ช้อนชา

* ซิอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

* น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

* ต้นหอม 2 ต้น (หั่นเป็นชิ้นยาวประมาณ 1 นิ้ว)

* หอมแดง 2 ช้อนโต๊ะ (หั่นเป็นชิ้นบางๆ)

* ขึ้นฉ่าย 100 กรัม (หั่นเป็นชิ้น)

* พริกชี้ฟ้า 3 เม็ด (หั่นเป็นชิ้นตามยาว)

* น้ำตาล 1 ช้อนชา

* น้ำซุป 2 ช้อนโต๊ะ (หรือน้ำเปล่า)




     วิธีทำทีและขั้นตอน

1. ใส่น้ำมัน ตั้งกระทะบนไฟปานกลาง ใส่กระเทียมและหอมใหญ่ลงไป ผัดจนกระทั่งกลิ่นหอม

2. เติมน้ำซุป (หรือน้ำเปล่า), ซิอิ๊ว, น้ำปลา และไข่ไก่ ผัดสักพัก (ประมาณ 20 วินาที) จึงใส่เนื้อปูตามลงไปในกระทะ
 
3. ผัดเนื้อปูจนใกล้สุก (เนื้อปูสุกง่าย ใช้เวลาผัดไม่นาน) หลังจากนั้นใส่เครื่องปรุงและส่วนผสมที่เหลือทั้งหมดลงไปในกระทะ ผัดต่ออีก 30 วินาที จึงปิดไฟ

4. ตักใส่จาน แต่งหน้าด้วยผักชี เสริฟทันทีพร้อมข้าวสวยร้อนๆ






ที่มา http://www.ezythaicooking.com/free_recipes/Stir-fried-crab-meat-with-curry-powder_th.html

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ต้มยำไก่

ต้มยำไก่




ส่วนผสม + เครื่องปรุง

* เนื้อไก่ 350 กรัม

* ตะไคร้ 2 ต้น (หั่นเแฉลบป็นชิ้นยาวประมาณ 3 ซม.)

* ใบมะกรูด 3 ใบ

* ข่าหั่นเป็นแว่นๆ 5 แว่น

* เห็ดฟาง 10 อัน

* มะเขือเทศหั่นครึ่ง 5 ลูก

* พริกขี้หนูทุบพอแหลก 5 เม็ด (ปรับเพิ่ม/ลดได้)

* พริกแห้ง 2 เม็ด

* กระเทียมทุบพอแหลก 2 ช้อนโต๊ะ

* หอมแดงทุบพอแหลก 2 ช้อนโต๊ะ

* น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ

* น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

* น้ำซุปไก่ 3 ถ้วยตวง (หรือใช้น้ำเปล่าแทนก็ได้)

* ผักชีสำหรับแต่งหน้า



วิธีทำทีละขั้นตอน

1. ล้างทำความสะอาดเนื้อไก่ และหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ สะเด็ดน้ำให้แห้ง (ถ้าไม่ชอบมัน สามารถลอกหนังออกได้) เสร็จแล้วนำเห็ดฟางไปล้างให้สะอาด หั่นเป็น 4 ส่วนและนำไปผึ่งให้แห้ง

2. นำน้ำซุปไก่ (หรือน้ำเปล่า) ไปต้มในหม้อ จากนั้นใส่กระเทียม, หอมแดง, ตะไคร้, ข่าและใบมะกรูดลงไป รอจนน้ำเดือดจึงใส่ไก่ลงไป

3. รอจนไก่เกือบสุก จึงใส่เห็ดและมะเขือเทศที่หั่นไว้ ต้มต่อไปจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน เมื่อเนื้อไก่สุกจึงปิดไฟ

4. นำหม้อออกมาจากเตา ปรุงรสด้วยน้ำปลา, น้ำมะนาว และพริกขี้หนู เมื่อปรุงรสเสร็จตักเสริฟในถ้วย ตกแต่งด้วยผักชีและพริกแห้ง เสริฟทันทีพร้อมด้วยข้าวสวยร้อนๆ





ที่มา http://www.ezythaicooking.com/free_recipes/Chicken_tom_yum_th.html

วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2559

มัสมั่นไก่

มัสมั่นไก่


ส่วนผสม

(สำหรับ 3-4 ที่)
น้ำพริกแกงมัสมั่น ตราโลโบ1 ซอง
เนื้อวัวหรือเนื้อไก่250กรัม
กะทิ1ถ้วยตวง (240 มล.)
น้ำ1ถ้วยตวง
มันฝรั่งและถั่วลิสง
น้ำปลา


วิธีทำ
 นำกระทะตั้งไฟ ใส่กะทิ และน้ำพริกในซอง ผัดจนกะทิแตกมันและส่งกลิ่นหอม
ใส่เนื้อวัวหรือเนื้อไก่ที่หั่นแล้ว ผัดจนสุก เติมน้ำลงไปจนท่วมเนื้อแล้วเคี่ยวต่อด้วย
ไฟอ่อนจนเดือด
ใส่มันฝรั่ง และถั่วลิสง ลงไปเคี่ยวต่อ พอส่วนผสมทุกอย่างสุกนิ่มค่อยยกลง
เติมน้ำปลา ปรุงรสที่ชอบ แค่นี้ก็พร้อมอร่อยกับข้าวสวยร้อนๆ


คำแนะนำ
หากใช้เนื้อไก่ ควรหั่นเป็นชิ้นใหญ่ๆ เวลาเคี่ยวไปนานๆ เนื้อจะได้ไม่หดตัวมาก
ก่อนลงมือแกงควรนำเนื้อสัตว์ไปเคี่ยวกับหางกะทิโดยใช้ไฟอ่อนๆ เตรียมไว้ก่อน เนื้อจะได้นิ่มนุ่มลิ้นเวลารับประทาน
เวลาเคี่ยวให้ใช้ไฟอ่อนๆ ให้เดือดปุดๆ เคี่ยวจนเนื้อนุ่ม น้ำพริกต้องผัดให้หอมและแตกมันก่อนที่จะใส่เนื้อสัตว์ลงไป
หากจะรับประทานแกงมัสมั่นคู่กับขนมปังปิ้งเป็นของว่าง ควรเคี่ยวด้วยไฟกลางให้น้ำแกงงวดจนข้น เวลานำไปทาขนมปังจะได้ไม่แฉะและมีรสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้นค่ะ




ที่มา http://www.lobo.co.th/index.php/th/menuaroi/44

หมูมะนาว

 หมูมะนาว



 ส่วนผสม 
           เนื้อหมู 300 กรัม
           ก้านคะน้า
           กระเทียมจีน สับหยาบ ๆ 1 หัว
           พริกขี้หนูสับหยาบ ๆ 6 เม็ด (หรือตามชอบ)
           มะนาว 3 ลูก
           น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
           น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

 วิธีทำ

           1. นำก้านคะน้ามาปอกเปลือกออกแล้วหั่นเฉียงเป็นชิ้น ๆ แล้วนำไปแช่ในน้ำแข็ง เตรียมไว้

           2. เตรียมน้ำราดหมูมะนาว โดยผสมน้ำตาลทราย น้ำปลา และน้ำมะนาวเข้าด้วยกัน จากนั้นใส่กระเทียมสับและพริกสับลงไปคนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ เตรียมไว้

           3. หั่นสไลซ์เนื้อหมูเป็นแผ่นบาง ๆ นำไปลวกในน้ำเดือดแค่พอสุก (อย่าลวกนานจะทำให้หมูแข็งกระด้าง)

           4. ตักเนื้อหมูขึ้นสะเด็ดน้ำแล้วจัดเรียงใส่จาน ราดด้วยน้ำราดที่ปรุงเตรียมไว้ เสิร์ฟพร้อมกับก้านคะน้า





ที่มา http://cooking.kapook.com/view129272.html

วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2559

แกงเผ็ดฟักทองหมู



แกงเผ็ดฟักทองหมู






เครื่องปรุง + ส่วนผสม

 
* เนื้อหมู 300 กรัม, หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ

* ฟักทอง 400 กรัม

* มะพร้าวขูด 400 กรัม

* ใบโหระพา 1 ถ้วย

* ใบมะกรูด 8-10 ใบ

* น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

* น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ

* พริกชี้ฟ้าแดง 2-4 เม็ด, หั่นแฉลบ

* น้ำพริกแกงเผ็ด 50 กรัม




     วิธีทำทีละขั้นตอน

1. ล้างฟักทองให้สะอาด ปอกเปลือก และหั่นเป็นชิ้นๆ ยาวประมาณ 1 นิ้วหรือขนาดใกล้เคียง

2. นำมะพร้าวขูดไปคั้นกับน้ำอุ่นให้ได้หัวกะทิ 1/2 ถ้วย และหางกะทิ 2 ถ้วย

3. ตั้งหัวกะทิในกระทะบนไฟร้อนปานกลาง ใส่พริกแกงลงไป ผัดจนกะทิแตกมัน จึงใส่เนื้อหมูลงไปผัด
 
4. เมื่อเนื้อหมูเริ่มสุก ใส่ฟักทองและหางกะทิลงไป รอจนฟักทองสุก จึงปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ

5. ใส่พริกชี้ฟ้าแดง, ใบมะกรูด และใบโหระพา คนให้เข้ากัน จึงปิดไฟ

6. ตักแกงใส่ถ้วย เสริฟทันทีพร้อมข้าวสวยร้อนๆ







ที่มา http://www.ezythaicooking.com/free_recipes/red_curry_with_pork_and_pumpkin_th.html

วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2559

แกงไตปลา


แกงไตปลา






วิธีทำเครื่องแกง

- พริกขี้หนูสวนสด  40 เม็ด
- พริกไทยดำ 1 ½ ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมหั่น  1½  ช้อนโต๊ะ
- ตะไคร้ซอย 3  ช้อนโต๊ะ
- ข่าแก่หั่นเป็นท่อน ๆ   1 ช้อนโต๊ะ
- ผิวมะกรูดหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ  1 ช้อนชา
- ขมิ้นชันสด 1ช้อนชา
- กะปิ 1ช้อนชา
- กระชายซอย 3ช้อนโต๊ะ
 

ส่วนประกอบเครื่องปรุงแกงไตปลา

- ไตปลาสำเร็จรูป  ½ ถ้วย
- ปลาทูย่าง แกะเอาแต่เนื้อ  1ถ้วย
- ถั่วฝักยาว  ½ ถ้วย
- หน่อไม้ลวกต้มหั่นเป็นชิ้นๆ  1ถ้วย
- ฟักทองไม่ต้องปลอกเปลือก ½ ถ้วย
- น้ำสะอาด  1   ถ้วยชาม
- ส้มแขกแห้ง  5 ชิ้น
- ยอดส้มแป้น  1 ถ้วย
- กล้วยเล็บมือนางดิบ ½ ถ้วย
- มะเขือพวง  ½   ถ้วย
- มะเขือเปราะ ½ ถ้วย


1.
นำพริกขี้หนูคละสี พริกไทย กระเทียม ข่า ตะไคร้ ขมิ้น ผิวมะกรูด กระชาย และก็กะปิ  นำมาโขลกรวมกันให้ละเอียดเข้ากันดี ตักใส่จานพักไว้แล้วไปเตรียมส่วนประกอบอื่น ๆ



 
วิธีทำแกงไตปลา
1.เริ่มจากนำเครื่องแกงมาละลายกับน้ำ  คนให้เข้ากัน เร่งไฟจนน้ำแกงเดือด
2.แล้วใส่ผักที่มีความแข็งมากเช่น ฟักทอง หน่อไม้ กล้วยดิบ ตั้งไฟต่อจนผักเหล่านี้เริ่มสุกอ่อนตัว จึงใส่ไตปลา ค่อยให้น้ำแกงเดือดอีกครั้ง จึงใส่ส้มแขก และมะเขือต่าง ๆ ทั้งมะเขื่อพวง มะเขื่อเปราะ พอให้ผักต่าง ๆ อ่อนตัวลงอีกนิด จึงใส่ปลาทูย่าง ถั่วฝักยาว ยอดส้มแป้น
3.ตั้งไฟต่อจนผักต่าง ๆ ในหม้อสุกพอดีกันหมด ก็ยกลงจากเตา เสิร์ฟรับประทานกับข้าวสวยร้อน ๆ หรือขนมจีน และขาดไม่ได้คือผักเคียง







ที่มา http://www.inmu.mahidol.ac.th/gallery/inmucooking/South_food

วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ต้มกะทิสายบัวใส่ปลาทู

ต้มกะทิสายบัวใส่ปลาทู






ส่วนผสม 

ปลาทูนึ่ง แกะเอาแต่เนื้อ 1 ตัว

สายบัวลอกเปลือกออกเด็ด เป็นท่อน 300 กรัม

เกลือป่น 1 ชช.

น้ำตาลปิ๊บ 

น้ำมะขามเปียก

น้ำปลา

พริกไทยเม็ด 

หอมแดง

 กะปิ

กะทิ 1 กล่อง



วิธีทำ 

1. แกะปลาทูเอาก้างออกให้หมด และนำสายบัว ลอกเปลือกออกแล้วหักเป็นท่อน ๆ ล้างน้ำให้สะอาด พักไว้ในสะเด็ดน้ำ

2.โขลกพริกไทยเม็ด หอมแดง กะปิให้พอหยาบ ๆ

3.ละลายเครื่องที่โขลกกับกะทิ ตั้งไฟพอเดือด ระหว่างที่ตั้งไฟหมั่นคนกะทิจะได้ไม่แตกมัน

4. พอกะทิร้อนใส่ปลาทูนึ่งรอให้เดือดอีกครั้ง

5. ใส่สายบัว พอสายบัวนิ่ม จึงปรุงรสด้วย เกลือ น้ำปลา น้ำมะขามเปียก คนให้ละลายชิมรสเปรี้ยว เค็ม หวาน





ที่มาhttp://www.aroiho.com

วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ขนมมันสำปะหลัง


ขนมมันสำปะหลัง 


ส่วนผสม
มันสำปะหลังขูด2 ถ้วยตวง
แป้งมัน1/4 ถ้วยตวง
แป้งท้าว1/4 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย1.5 ถ้วยตวง
น้ำเปล่า1 ถ้วยตวง
สีผสมอาหาร


วิธีทำ

1.ปอกเปลือกมันสัมปะหลัง แล้วใช้มือแมวขูดเป็นฝอยๆ ใส่ชามผสม

2.เทน้ำเปล่า น้ำตาล แป้งมัน แป้งท้าว ลงผสมในชามมันขูด

3.นวด บีบๆ ขยำๆ จนน้ำตาลละลาย ส่วนผสมเข้ากันดี

4.แบ่งออกมาผสมสีตามต้องการ

5.ตักใส่ถ้วยตะไล หรือถาด นึ่งประมาณ 15-20 นาที
สังเกตุดูถ้าสุกขนมจะใส

6.ขูดมะพร้าว เป็นเส้นๆ คลุกเกลือ นึ่ง เตรียมไว้
ถ้ารับประทานเลย จะไม่นึ่งก็ได้

7.เมื่อขนมเย็นดีแล้ว แคะออกจากถ้วย มาคลุกกับมะพร้าวที่เตรียมไว้










ที่มา https://cookpad.com/th/recipes/737095%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87?ref=search

วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ทับทิมกรอบ

ทับทิมกรอบ





เครื่องปรุง + ส่วนผสม

* แห้ว 800 กรัม(แห้วสด)

  (ล้าง, ปอกเปลือกและหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า)

* กะทิ 2 1/2 ถ้วยตวง

* เกลือป่น 2 ช้อนชา

* น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
 
* น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง

* น้ำหวานแดง 1 1/2 ถ้วยตวง

* แป้งมัน 500 กรัม

* ขนุนฉีกเป็นฝอย, เมล็ดข้าวโพดสุก

   (สำหรับโรยหน้า จะมีหรือไม่มีก็ได้)




วิธีทำทีละขั้นตอน

1. นำแห้วที่หั่นเสร็จแล้วไปแช่ในน้ำแดงประมาณ 15 นาที จากนั้นจึงนำออกมาสะเด็ดน้ำ

2. นำแห้วที่แช่ในน้ำแดงไปคลุกในแป้งมันให้ติดผิว ค่อยๆคลุกให้ติดทั่วผิวแห้วทั้งหมด จากนั้น จึงนำไปต้มในน้ำเดือดจนสุกจึงนำออกมาแช่น้ำเย็น (วิธีสังเกตุ : แห้วสุกแล้วจะลอยขึ้นเหนือน้ำ)

3. เตรียมทำน้ำเชื่อม โดยผสมน้ำตาลกับน้ำและนำไปต้มจนเดือด คนจนส่วนผสมทั้งหมดละลายดี แล้วจึงปิดไฟ

4. นำกะทิและเกลือไปใส่ในหม้อขนาดเล็ก และนำไปตั้งบนไฟอ่อนจนส่วนผสมละลายเข้ากันดี จึงปิดไฟ

5. นำเมล็ดทับทิม ไปใส่ในถ้วยเสริฟ โรยหน้าด้วยเกล็ดน้ำแข็ง ราดด้วยน้ำเชื่อม,น้ำกะทิ, ขนุนฝอยและข้าวโพด (ถ้าต้องการ) เสริฟทันทีเป็นอาหารว่าง คลายร้อนในวันสบายๆ







             ที่มาhttp://www.ezythaicooking.com/free_dessert_recipes/Water_chestnut_with_syrup_and_coconut_milk_th.html

วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2559

แกงส้มมะรุม


แกงส้มมะรุม










เครื่องปรุงและส่วนผสม แกงส้มมะรุม
• ฝักมะรุม
• ปลาสด เช่นปลาช่อน ปลานิล หรือปลาทูนึ่ง
• น้ำพริกแกงส้ม (หัวหอม พริกแห้ง เกลือ กะปิ)
• มะขามเปียกสำหรับคั้นเอาน้ำข้นๆ
• น้ำปลา น้ำตาล น้ำมะขามเปียกที่คั้นแล้ว


วิธี ทำอาหาร แกงส้มมะรุม
1. ขูดผิวมะรุม แล้วล้างให้สะอาด ตัดเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ สามนิ้ว
2. ถ้าอยากทานสะดวก ก็ผ่าฝักมะรุมออกเป็นสองซีกแล้วใช้ช้อนขูดเอาแต่เนื้อ
3. ปลาสดชำแหละแยกเนื้อแยกก้าง แล้วหั่นเป็นชิ้นต้มเนื้อปลาให้สุก ใส่จานพักไว้
4. โขลกเครื่องปรุงน้ำพริกแกง (พริก เกลือ หัวหอม กะปิ) ให้ละเอียด
5. แบ่งเนื้อปลาที่ต้มสุกแล้ว ใส่ครกโขลกปนกับน้ำพริกแกงเพื่อให้น้ำแกงข้น
6. ตั้งหม้อน้ำให้เดือด แล้วใส่น้ำพริกแกงคนให้เข้ากันรอใด้เดือดอีกครั้งจึงใส่น้ำปลา
7. ใส่มะรุมที่ตัดเป็นท่อน เคี่ยวในน้ำแกง หม้อนี้เอาใจทั้งท่านที่มีอารมณ์สุนทรีย์ อยากจะครูดเนื้อมะรุมด้วยฟันของตัวเอง แล้วก็เอาใจท่านที่ไม่อยากมือเลอะด้วย
8. เมื่อมะรุมชนิดหั่นท่อนใกล้จะสุก จึงใส่ชนิดขูดลงไป
9. เติมน้ำมะขามเปียก และน้ำตาล
10. ชิมให้ได้รสเปรี้ยวนำ หวาน เค็ม ตามใจชอบ แล้วใส่เนื้อปลาที่ต้มสุกแล้วลงในหม้อ
11. ตักใส่ถ้วยแกงเสิร์ฟ




                         ที่มา http://food-data.blogspot.com/2012/03/blog-post_26.html

วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ขนมชั้นใบเตย

ขนมชั้นใบเตย




 ส่วนผสม ขนมชั้นใบเตย
           น้ำตาลทราย 2 1/2  ถ้วย
           กะทิ 4  ถ้วย
           แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
           แป้งมันสำปะหลัง 1/2 ถ้วย
           แป้งท้าวยายม่อม 1 1/2  ถ้วย (หรือแป้งถั่วเขียว)
           น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 1/2 ถ้วย
           น้ำหอมกลิ่นมะลิผสมน้ำ 1/2 ถ้วย
           ถาดหรือพิมพ์สี่เหลี่ยมสำหรับนึ่งขนม (ขนาด 10x10 นิ้ว หรือ 8x8 นิ้ว)

 วิธีทำขนมชั้นใบเตย
           1. ใส่น้ำตาลทรายและกะทิลงในหม้อ คนผสมให้เข้ากันแล้วนำขึ้นตั้งไฟปานกลางประมาณ 5 นาที จนน้ำตาลทรายละลาย (ไม่ต้องรอให้เดือด) ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น
           2. นึ่งถาดหรือพิมพ์ในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือด ประมาณ 15 นาที เตรียมไว้
           3. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง และแป้งท้าวยายม่อมเข้าด้วยกัน ค่อย ๆ เทส่วนผสมน้ำกะทิลงไป ใช้มือนวดแป้งให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว นวดประมาณ 15 นาที จนแป้งไม่จับตัวเป็นก้อน จากนั้นนำไปกรองด้วยตะแกรง
           4. แบ่งแป้งเป็น 2 ถ้วย โดยถ้วยที่ 1 ผสมกับน้ำใบเตย และถ้วยที่ 2 ผสมกับน้ำมะลิ คนผสมให้เข้ากัน เตรียมไว้
           5. ทำชั้นที่ 1 โดยเทส่วนผสมสีขาว (เทส่วนผสมทุกชั้นประมาณ 1/3 ถ้วย) ลงในพิมพ์ ปิดฝา นึ่งประมาณ 5 นาที เปิดฝา เทส่วนผสมสีเขียวลงไป ปิดฝา นึ่งประมาณ 5 นาที ทำซ้ำเช่นเดิม สลับชั้นกันจนหมดแป้ง จะได้ประมาณ 9-10 ชั้น โดยชั้นสุดท้าย ให้นึ่งประมาณ 7 นาที ยกออกจากชุดนึ่ง วางพักทิ้งไว้จนเย็นสนิท (ประมาณ 3 ชั่วโมง) 
           6. นำขนมออกจากถาด จุ่มมีดลงในน้ำร้อน กดลงบนขนมเป็นชิ้น ๆ จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ




                                        ที่มาhttp://cooking.kapook.com/view131103.html

กล้วยน้ำว้าเชื่อม

กล้วยน้ำว้าเชื่อม



ส่วนผสม

กล้วยน้ำว้าสุก 1 หวี (หวีนี้มี 18 ลูกค่ะ)
น้ำปูนใส (กะปริมาณให้ท่วมกล้วยที่จะแช่ค่ะ)
น้ำเปล่า 700 กรัม
น้ำตาลทราย 350 กรัม
น้ำตาลปี๊บ 300 กรัม

วิธีทำ

1. ปอกกล้วยและหั่นครึ่งลูกลงแช่ในน้ำปูนใสประมาณ 20-30 นาที 
(น้ำปูนใสใช้เฉพาะส่วนที่ใส ๆ นะคะ) ล้างออกด้วยน้ำสะอาดสัก 2 ครั้ง


2. ละลายน้ำตาลปี๊บ และน้ำตาลทราย กับน้ำเปล่าในหม้อให้ละลาย 
ใส่กล้วยที่ล้างแล้วลงไปต้มด้วยไฟปานกลางค่อนข้างอ่อน 
หมั่นช้อนฟองและยางกล้วยออก เชื่อมไปเรื่อย ๆ ค่ะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 
กล้วยจะเป็นสีแดงค่ะสูตรนี้ไม่ต้องเติมน้ำในระหว่างเชื่อมแล้วนะคะ

3. เสร็จแล้วพร้อมรับประทานค่ะ 





ที่มา: http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2012/06/D12244811/D12244811.html



วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

หมูมะนาว

หมูมะนาว


11 สูตรอาหารอีสาน รสเด็ดแซบนัว


          เมนูหมูมะนาวถือเป็นเมนูกับแกล้มสุดฮิตเลยก็ว่าได้ ไปสังสรรค์ในวงไหนก็มักจะต้องสั่งมากินคู่ทุครั้งไป รสเปรี้ยวนำ เด็ดเผ็ดแซบเสียเหลือเกิน ใครที่ชอบเมนูแซบ ๆ ต้องลองเลย วิธีทำก็ไม่ยากด้วย


สิ่งที่ต้องเตรียม


           เนื้อหมู หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ตามยาว 200-300 กรัม

           กระเทียมสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ

           พริกขี้หนูซอยละเอียด ปริมาณตามชอบ

           น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

           น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

           น้ำมะนาว 4-5 ช้อนโต๊ะ

           ก้านคะน้า สำหรับรับประทานคู่

           กระเทียมฝานเป็นแว่นบาง สำหรับโรยหน้า

           ใบสะระแหน่ สำหรับโรยหน้า

           พริกแห้งทอดกรอบ สำหรับโรยหน้า
 

วิธีทำ
           ใส่น้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟจนเดือด ใส่เนื้อหมูลงลวกพอสุก (ประมาณ 30 วินาที อย่าลวกนาน เพราะเนื้อหมูจะแข็ง) ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ จัดใส่จานที่รองด้วยก้านคะน้า เตรียมไว้

           ผสมกระเทียม พริกขี้หนู น้ำตาลทราย น้ำปลา และน้ำมะนาวเข้าด้วยกันจนน้ำตาลทรายละลาย ชิมรสตามชอบ ราดลงบนหมูที่เตรียมไว้ โรยด้วยกระเทียมฝาน ใบสะระแหน่ และพริกแห้งทอดกรอบ พร้อมเสิร์ฟ



ที่มา http://cooking.kapook.com/view92663.html

ต้มแซบกระดูกอ่อน

ต้มแซบกระดูกอ่อน


11 สูตรอาหารอีสาน รสเด็ดแซบนัว


















        ลองมาแซบกันในแบบอาหารอีสานประเภทต้ม ๆ กันดูบ้าง กับเมนูต้มแซบกระดูกอ่อน กัดกรุบ ๆ ซดน้ำแซบ ๆ นึกถึงทีไรเป็นต้องกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ ! ถ้าพร้อมจะแซบแล้ว ก็ตามมาดูวิธีทำกัน



สิ่งที่ต้องเตรียม

           1.น้ำ 500 มิลลิลิตร

           2.ข่าแก่หั่นแว่น 5 ชิ้น

           3.ตะไคร้หั่นเฉียง 1 ต้น

           4.ใบมะกรูด ฉีกก้านกลาง 3 ใบ

           5.กระดูกอ่อนหมูหั่นเป็นชิ้น ๆ 200 กรัม

           6.เห็ดฟางผ่าครึ่ง 100 กรัม

           7.มะเขือเทศราชินีผ่าครึ่ง 50 กรัม

           8.หอมแดงซอยบาง 1 หัว

           9.น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ

           10.น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ

           11.น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา

           12.น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

           13.พริกป่น ปริมาณตามความชอบ

           14.ใบโหระพา 10 ใบ

          15.ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ

           ใส่น้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟต้มจนเดือด ใส่ข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดลงต้มจนเดือดอีกครั้ง

           ใส่กระดูกอ่อนหมูลงต้มจนสุก ใส่เห็ดฟาง มะเขือเทศ และหอมแดงซอยลงต้ม ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก และน้ำตาลทราย คนผสมจนเข้ากันดี ยกลงจากเตา ตักใส่ชาม เติมน้ำมะนาว พริกป่น และผักชีฝรั่ง ชิมรสตามชอบ โรยด้วยใบโหระพา พร้อมเสิร์ฟ




ที่มา http://cooking.kapook.com/view92663.html









          

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

อ็อกปลา

อ็อกปลา

คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่่อ็อกปลา
อ็อกปลา เป็นอาหารที่ปรุงด้วยวิธีอ็อก โดยนำอาหารนำใส่หม้อหรือกระทะ หรือห่อใบตอง เติมน้ำลงไปเล็กน้อย หรือนำเอาหารพร้อมเครื่องปรุงใส่ในหม้อ เติมน้ำเล็กน้อยยกตั้งไฟ นิยมทำกับอาหารที่สุกเร็ว เช่น ไข่ ปลา มะเขือยาว เรียกชื่ออาหารตามชนิดของส่วนผสม เช่น อ็อกปลา อ็อกไข่ (ไข่ป่าม หรือป่ามไข่) อ็อกบ่าเขือ (อ็อกมะเขือ) (รัตนา พรหมพิชัย, 2542, หน้า 7832-7833; สิรวิชญ์ จำรัส, สัมภาษณ์, 25 เมษายน 2550) สำหรับอ็อกปลา นิยมใช้ปลาตัวเล็ก เพราะสุกง่าย หรือใช้ปลาตัวใหญ่แล้วหั่นเป็นชิ้น ๆ นำไปผัดกับเครื่องแกง เติมน้ำเล็กน้อย ใส่มะเขือเปราะ ใบมะกรูด ใบโหระพา และใบขมิ้น เพื่อดับกลิ่นคาวปลา (สิรวิชญ์ จำรัส, สัมภาษณ์, 25 เมษายน 2550)

ส่วนผสม

1.ปลาช่อน300กรัม
2.มะเขือเปราะซอย1ถ้วย
3.ใบมะกรูด5ใบ
4.โหระพา5ยอด
5.ใบขมิ้นซอย2ใบ
6.กระเทียมสับ1ช้อนโต๊ะ
7.น้ำมันพืช2ช้อนโต๊ะ

เครื่องแกง

1.พริกขี้หนู20เม็ด
2.กระเทียม10กลีบ
3.หอมแดง5หัว
4.ข่าหั่น1ช้อนโต๊ะ
5.ขมิ้นหั่น2ช้อนโต๊ะ
6.ตะไคร้ซอย2ช้อนโต๊ะ
7.ผิวมะกรูดซอย1ช้อนชา
8.รากผักชี7ราก
9.กะปิ1/2ช้อนโต๊ะ
10.ปลาร้าต้มสุก1ช้อนโต๊ะ
11.เกลือ1/2ช้อนชา

วิธีการทำ


1
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
2
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
3
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
4
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
5
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่

1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
2. เจียวกระเทียมพอเหลือง ใส่เครื่องแกงลงผัดให้หอม เติมน้ำประมาณ 1 ถ้วย
3. พอน้ำแกงเดือด ใส่ปลาช่อน
4. ต้มให้ปลาสุกทั่ว ใส่มะเขือเปราะ ผัดต่อจนมะเขือเปราะสุก ใส่ใบมะกรูด
5. ใส่ใบโหระพา และใบขมิ้น คนให้เข้ากัน ปิดไฟ




ที่มา http://library.cmu.ac.th/ntic/lannafood/detail_lannafood.php?id_food=40

ส้าปลี

ส้าปลี

คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่่ส้าปลี
ส้าปลี คือการนำเอาหัวปลีเนื้ออ่อนมาหั่นแช่น้ำเกลือ ปีบน้ำให้แห้ง แล้วนำมาคลุกเคล้ากับเครื่องแกงผัดกับหมูสับ

ส่วนผสม

1.หัวปลี1หัว
2.เนื้อหมูบด100กรัม
3.หอมแดงซอย1ช้อนโต๊ะ
4.กระเทียมสับ1ช้อนโต๊ะ
5.น้ำมันพืช2ช้อนโต๊ะ

เครื่องแกง

1.พริกขี้หนูแห้ง15เม็ด
2.กระเทียม100กลีบ
3.หอมแดง5หัว
4.ข่าหั่น1ช้อนชา
5.ตะไคร้ซอย1ช้อนโต๊ะ
6.กะปิ1ช้อนชา
7.ปลาร้าต้มสุก1ช้อนโต๊ะ
8.เกลือ1/2ช้อนชา

วิธีการทำ


1
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
2
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
3
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
4
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
5
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
6
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่

1. แกะเปลือกหัวปลีออกเหลือแต่เนื้ออ่อน แล้วหั่นฝอยแช่น้ำเกลือ พักไว้
2. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
3. เจียวกระเทียมพอเหลือง ใส่เครื่องแกงลงผัดให้หอม
4. ใส่หมูสับ ผัดให้หมูสุก ตักใส่ชาม พักไว้ให้เย็น
5. ล้างหัวปลี บีบให้สะเด็ดน้ำ นำมาคลุกเคล้ากับส่วนผสมให้เข้ากัน
6. ใส่หอมแดงซอย โรยด้วยผักชีต้นหอมซอย

ที่มา http://library.cmu.ac.th/ntic/lannafood/detail_lannafood.php?id_food=32

น้ำพริกอ่อง

น้ำพริกอ่อง

คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่่น้ำพริกอ่อง
น้ำพริกอ่อง นับเป็นน้ำพริกพื้นบ้านล้านนาที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายพอๆ กับน้ำพริกหนุ่ม ลักษณะเด่นของน้ำพริกอ่อง คือมีสีส้มของสีมะเขือเทศและพริกแห้ง ที่เคี่ยวจนเป็นน้ำขลุกขลิก มีน้ำมันลอยหน้าเล็กน้อย มีสามรส คือ เปรี้ยว เค็ม เผ็ด เล็กน้อย และรสหวานตาม นิยมรับประทานกับผักสดหรือผักต้มก็ได้ (รัตนา พรหมพิชัย, 2542, หน้า 3258; อัมพร โมฬีพันธ์, สัมภาษณ์, 6 กรกฎาคม 2550) บางสูตร ผัดหมูก่อนแล้ว จึงตามด้วยเครื่องปรุงและมะเขือเทศภายหลัง บางสูตร โขลกเนื้อหมู เครื่องปรุงและมะเขือเทศให้เข้ากันก่อน จึงนำไปผัดกับน้ำมันพืช บางสูตร ใส่ถั่วเน่าแข็บหรือใส่เต้าเจี้ยว ในการปรุงรส (อัมพร โมฬีพันธ์, สัมภาษณ์, 6 กรกฎาคม 2550)

ส่วนผสม

1.เนื้อหมูบด400กรัม
2.มะเขือเทศลูกเล็ก20ลูก
3.ผักชีซอย1ช้อนโต๊ะ
4.ต้นหอมซอย1ช้อนโต๊ะ
5.น้ำมันพืช2ช้อนโต๊ะ

เครื่องแกง

1.พริกขี้หนูแห้ง20เม็ด
2.หอมแดง5หัว
3.กระเทียม10กลีบ
4.กะปิ1ช้อนโต๊ะ
5.เกลือ1/2ช้อนชา

วิธีการทำ


1
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
2
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
3
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
4
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
1. โขลกพริก หอมแดง กระเทียม รวมกันให้ละเอียด
2. ใส่กะปิและเกลือ โขลกให้เข้ากัน
3. ผัดเครื่องแกงกับน้ำมัน จนมีกลิ่นหอม ใส่เนื้อหมูบด ลงผัดให้สุก เติมน้ำเล็กน้อย
4. พอเดือด ใส่มะเขือเทศ ลงผัดให้เข้ากัน ตั้งไฟต่อจนมะเขือเทศสุก ปิดไฟ





ที่มา http://library.cmu.ac.th/ntic/lannafood/detail_lannafood.php?id_food=27